Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH

เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันหยุด จึงอยากที่จะไปส่งการ์ตูน iStory ให้กับคนที่ร่วมทำบุญมา ซึ่งสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งโอนเงินมาแล้วด้วย และที่เป็นแรงบันดาลใจเลยคือมีน้องคนนึงบอกว่าจะสั่ง iStory ให้แฟนเป็นของขวัญวันวาเลนไทม์ ต้องรีบเลยค่ะ เราสนับสนุนให้คนทำเพื่อความรัก วันนี้เลยตื่นแต่เช้าไปที่ไปรษณีย์สามเสนใน

พอเข้าไปถึงก็เจอพี่เจ้าหน้าที่ใจดีมากเลย ถามว่าเราเป็นคนขายการ์ตูนเหรอ พี่เห็นคนขายเค้าก็มาส่งเองทีละเยอะๆแบบนี้แหละ เลยบอกว่าไม่ใช่ค่ะ คือแบบนี้นะค่ะ การ์ตูนที่มาส่งวันนี้เป็นการ์ตูนที่ทำขายแบบไม่หักค่าใช้จ่าย เงินที่ได้ร่วมทำบุญกับสภากาชาติไทย เนื้อเรื่องเป็นเรื่องหนูกับแฟนค่ะ ระหว่างนั้นก็มีป้าคนนึงเข้ามาถามว่ามีอีกมั้ย ป้าอยากทำบุญด้วยเล่มนึง เลยบอกว่าวันนี้ไม่ได้เอามาเผื่อค่ะ งั้นป้าเปลี่ยนเป็นอนุโมทนากับหนูกับแฟนแล้วกัน ขอบคุณค่ะ

เนื่องด้วยหลายคนสั่ง 2 เล่ม 5 เล่มก็มี พี่เจ้าหน้าที่เห็นแววว่าใส่ซองเองไม่ไหวแน่ๆ เลยช่วยใส่ให้ แต่ส่วนที่เป็นแบบ 1 เล่ม 1 ซองให้จัดการเอง แถมยังทิ้งคำคมๆด้ววยอีกว่า "พี่ช่วยใส่ซองเท่านี้นะ พี่เหลือจัดการเอง อย่าลืมเขียนชื่อ-ที่อยู่ ผู้รับ ผู้ส่งด้วยนะ ตายแน่ น้องเอ้ย" คมจริงๆ บาดเลย

จะต้องเขียนหมดนี่ จริงเหรอเนี่ย ???


คราวนี้ถึงคิวที่ Cherryjaja ใส่เองมั่ง ทำไมมันไม่เห็นง่ายอย่างพี่เจ้าหน้าที่เลยอ่ะ ต้องใช้มือแซะๆเข้าไป เอานิ้วเขี่ยๆ สารพัดเทคนิค กว่าจะใส่ได้แต่ละอัน เลือดตาแทบกระเด็น ที่ใส่ยากนี่เพราะข้างในเป็นซองกันกระแทก มันเกี่ยวกับหนังสือทุกมุมเลย ที่เราเลือกใส่ซองกันกระแทกเพราะไม่อยากให้หนังสือที่เราตั้งใจทำ ถึงมือผู้รับแบบเสียโฉม เลยต้องยอมเสียเงินและเสียเวลาหน่อยค่ะ ... สู้ตาย

จากนั้นก็ต้องมาเขียนชื่อที่อยู่ ทั้งผู้รับและผู้ส่ง ช่วงแรกๆก็คัดลายมือสวยงาม ช่วงหลังๆมือหงิก มือเริ่มไม่เป็นอย่างที่ต้องการ เขียนผิดเขียนถูก ต้องขออภัยนะค๊า


ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ในที่สุดสำเร็จแล้ว ออกอาการหัวฟูนิดหน่อยกับการเอา iStory ใส่ซองและจ่าหน้าซองจดหมาย แต่ก็เรียบร้อยแล้วค๊า อิอิ 

แล้วก็รีบนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่เลยค่ะ จะได้ถึงมือทุกคนที่ร่วมทำบุญเร็วๆ ขออนุโมทนาสาธุ และขอขอบคุณที่ทำบุญร่วมกันนะค่ะ


ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ควรถือ iStory มาส่งโดยที่ไม่ได้ใส่ซองมาก่อน วันนี้เลยห่อกลับบ้าน 20 ซอง ไว้เผื่อส่งรอบต่อไปค่ะ



วันนี้วันหยุดตรุษจีน เอ็มต้องไปทำงานปกติ เลยอยากจะทำอาหารเช้าเล็กๆให้เอ็มทาน เมนูวันนี้คือ แซนวิสแฮมชีสและลูกพลับสด ซึ่งก็ทำไม่ยากเลยนะค่ะ อุปกรณ์ก็หาซื้อง่าย แต่ทำแฟนเรายิ้มแฉ่งได้ มันคุ้มมากๆนะค่ะเลย 

เริ่มจากนำอุปกรณ์ทั้งหมดมารวมกัน ประกอบด้วย ขนมปังฟาร์มเฮาส์ ชีสแผ่น แฮมสด


จากนั้นก็วางชีสและแฮมบนชนมปัง แล้วก็ตัดครึ่ง อาจจะตัดทะแยงเป็นสามเหลี่ยมก็ได้ แต่กล่องเราเป็นสี่เหลี่ยมเลยตัดครึ่งธรรมดานะค่ะ ก็จะได้แซนวิสแฮมชีสรสอร่อยแล้ว ง่ายจริงๆเลยเน๊อะ

แต่จะให้ทานแค่อย่างเดียวก็จะดูจืดชืดไปหน่อย เลยขอแถมลูกพลับของโปรดแฟนด้วยนะค่ะ จะเปลี่ยนเป็นผลไม้อื่นตามคนรักชอบได้เลยนะค่ะ เชอรี่ก็เปลี่ยนเรื่อยๆเหมือนกัน 

ก็เริ่มจากนำลูกพลับมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นให้พอดีคำ


นำทั้งแซนวิสและลูกพลับใส่กล่อง แค่นี้ก็จะได้อาหารเช้าสำหรับแฟนสุดที่รัก แฟนรักแฟนหลงแล้วนะค่ะ


นี่เป็นเคล็ดลับง่ายๆของการใช้ชีวิตคู่ฉบับเอ็ม & เชอรี่ ไม่หวงนะค่ะ ยืมไปใช้ได้ รับรองหวานแหว๋ว 

วันเกิดเอ็มจ๋าจ๋าปีนี้ก็ไม่ลืมที่จะทำการ์ดน่ารัก ๆ ให้เหมือนกับทุก ๆ ปี ถึงจะยุ่ง จะเหนื่อยขนาดไหนก็ขอเจียดเวลาซักนิดก็ยังดีเพื่อแฟนสุดที่รักจะได้ประทับใจ

การ์ดปีนี้ หวานแหว๋ว ได้แรงบันดานใจมาจากการ์ดแต่งงาน (สงสัยจะดูแบบมากไปหน่อย 55)

แต่ก็ทำด้วยความตั้งใจ และจะทำอย่างนี้ไปทุกปี 

ตั้งแต่เกิดมา Cherryjaja ไม่เคยเข้าสถานเสริมความงามกับเค้าซักที เคยได้ยินแต่คนเค้าพูดกันว่าไปสปา ไปนวดอโรมา เอ่อ ... แล้วมันคืออะไรหว่า ด้วยความอยากรู้บวกกับอีกไม่กี่เดือนนี้จะต้องเป็นเจ้าสาวแล้ว เผอิญว่า Ensogo เว็บโปรด นำ deal พิเศษตรงใจมาลดราคาพอดี๊ พอดี ลดจาก 2,800 บาท เหลือ 890 บาท ถูกอย่างนี้ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว Cherryjaja เลยจัดการชวนเพื่อนสาวอีก 2 คนไปด้วยกัน เพราะเห็นว่ามีห้อง 3 คน จะได้นวดไป เม้าท์ไปเพลิน ๆ พอบอกเพื่อนว่าจะจองห้อง 3 คนเพื่อนบอกว่า

"แยกห้องเลยนะแก มันโป๊มาก"

ก็ไม่เข้าใจว่าแค่นวดแล้วมันจะโป๊ได้ยังไง แต่ก็ตามเพื่อนทั้ง 2 บอกแล้วกัน เค้าเป็นผู้เชี่ยวด้านนี้นี่นา

ซื้อตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ กว่า 3 สาวจะมีเวลาว่างตรงกันก็ปาเข้าไปเดือนมิถุนายนแล้ว รีบจองกันเลยดีกว่า ให้รอนานกว่านี้ต้องใจขาดตายแน่ ๆ

และแล้ววันนี้ก็มาถึง ณ ลาวานา สปา เดินทางไม่ยากค่ะ ลง BTS อโศก เดินไปทางตึก Time Square เข้าซอยสุขุมวิท 12 แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

ทางเข้าอาคาร อร๊ายยยย ตื่นเต้น ๆ ๆ


พอเดินเข้ามาจะได้กลิ่นตะใคร้หอมอ่อน ๆ ทำให้กะเหรี่ยงที่ไม่เคยนวดอโรมามาก่อนยิ่งตื่นเต้นไปใหญ่

เคาท์เตอร์ที่มีพนักงานสาวสวยยิ้มหวานไว้รอบริการเพียบ ๆ

Cherryjaja ไม่รอช้าค่ะ รีบเปิดกระเป๋า คว้า Voucher ที่ปริ้นมายื่นให้พนักงานทันที พร้อมกับแจ้งชื่อและจำนวนคนที่เราได้โทรจองเมื่อวันก่อน จากนั้นไปนั่งรอที่เก้าอี้ไม่นานก็มีพนักงานมาสอบถามชื่อ โดยมีกระดาษมาให้กรอกรายละเอียดการใช้บริการ ผ้าเช็ดมือ น้ำชาร้อนๆ และสอบถามแพ๊คเกจ

Cherryjaja เลือกแพคเกจ A: Let's relax 3 ชั่วโมง ประกอบด้วย
-  Brighten up body scrub 60 นาที
-  Aroma Oil Massage 60 นาที
-  Anti-Aging Facial Treatment 60 นาที
 
จากนั้นก็ถามด้วยว่าหลังนวดเสร็จเราจะรับอาหารด้วยหรือเปล่า ตอนแรกก็งง ๆ มานวดทำไมมีอาหารด้วย ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย แต่พอพนักงานบอกว่าฟรีค่ะ รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว "อ่อ งั้นจัดมาเลยค่ะ"
หลังจากนั้นพนักงานก็นำขวดที่บรรจุกลิ่นของน้ำมันอโรมาที่เราต้องการนวดมาให้เลือก

น้ำมันอโรมาให้เลือกตามที่ชอบ Cherryjaja เลือกกลิ่น Lemongrass คือกลิ่นตะใคร้นี่เอง
 

สคลัปที่เอาไว้ขัดตัว มี 3 รสให้เลือก คือ กลิ่นข้าว, มะพร้าวอ่อน และไวท์ช็อคโกแล๊ต Cherryjaja เลือกกลิ่นข้าวหอม ห๊อม หอมมม
 

 

ภาพหมู่ก่อนขึ้นไปนวดค๊า



ล้างเท้าให้สะอาดก่อนไปนวด จั๊กกะจี๊เท้ามาก ๆ เลย


ห้องนวดอยู่ชั้น 2 เลยต้องเดินผ่านบันไดสวย ๆ ขึ้นไป ชั้นบน เจอห้องนวดเป็นสิบห้องเลย เข้าไปถึงห้องรู้สึกว่าห้องดูดีกว่าที่คิด มีเตียง มีห้องอาบน้ำ (ไม่มีประตูปิดนะค่ะ มีแค่ผ้าม่าน) อุปกรณ์ครบชุด แอร์เย็นฉ่ำ ๆ อยู่ในห้อง พนักงานก็บอกว่าให้เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนกุงเกงลิงผ้าที่อยู่บนเตียงด้วยนะค่ะ แล้วพนักงานก็ออกไปเพื่อเตรียมน้ำมัน และคลัปต่อไป แล้วก็ทิ้ง Cherryjaja ไว้ตามลำพัง เห็นผ้าเช็ดตัวพาดเต็มไปหมดเลย แต่ไม่เห็นมีเสื้อคลุม แล้วจะเปลี่ยนเป็นอะไรอ่ะค่ะ งั้นก็เปลี่ยนตามที่เข้าใจละกัน

พนักงานกะว่ากะเหรี่ยงตัวที่อยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็แคะประตู ก๊อก ก๊อก ก๊อก เราก็เปิดประตู แต่พอพนักงานเห็นเราแค่แว๊บเดียว เค้าก็ยิ้ม แล้วก็บอกว่า ตัวบนอ่ะค่ะ ต้องเอาออกด้วย เอ่อ ... !@#$&^*%%# มานวดทำไมมันต้องโป๊ขนาดนี้ด้วยละค๊า

 

เตียงนี้แหละค่ะที่ Cherryjaja จะหลับปุ๋ย ๆ ที่นี่ไป 3 ชั่วโมง

 

(ระหว่างนวดไม่มีรูปนะค่ะ เซ็นเซอร์ อิอิ) จากนั้นพนักงานก็บอกให้นอนคว่ำ เค้าเปิดผ้าที่หลังแล้วก็ใช้สคลัปกลิ่นข้าวที่เราเลือก ห๊อม หอมอ่ะค่ะ เค้าค่อย ๆ นวด ค่อย ๆ ขัด เริ่มจาก แผ่นหลัง แขนขวา ขาขวา ขาซ้าย แขนซ้าย จากนั้นก็ให้เรานอนหงาย แล้วเค้าก็เอาผ้าปิดตาเรา (คงรู้ว่าไม่อยากดูตัวเอง ฮ่าฮ่า) แล้วก็เปิดผ้าขัดด้านหน้าอย่างทั่วถึง แล้วก็ทำซ้ำเหมือนกับตอนขัดด้านหลัง พนักงานดูใจเย็นมากเลยค่ะ ขัดทุกที่อย่างละเอียด ฝ่ามือ นิ้วมือ นิ้วเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า เพลินค่ะ

ด้วยตวามที่เพื่อนเตือนว่า อย่ากินมาเยอะนะ นวดแล้วมันจะจุก ตอนเช้าเลยแวะ 7-11 ซื้อแค่ไวตามิลทูโกกับซาลาเปา แร๊พบิทเล็ก 1 ชิ้น ทำให้เกิดอาการหิว ท้องร้องจ๊อก ๆ ตลอดเวลา (3 ชั่วโมง) ร้องแข่งกับเสียงเพลงสปาอย่างสูสี   แต่พนักงานก็น่ารักนะค่ะ ไม่พูดขึ้นมาให้เราอายเลย (จริง ๆ อาจจะหัวเราะในใจอยู่ 55)


 

ระหว่างเรานอนคว่ำ ลาวานากลัวเราจะเบื่อเลยมีดอกลีลาวดีใส่กาละมังน้อยมาให้เรามองเพลิน ๆ ด้วย

พอสคลัปตัวเสร็จ รู้สึกว่าตัวเองผิวนุ๊มนุ่มไปทั้งตัวเลย หอมด้วย พนักงานก็ให้เราไปอาบน้ำ ถูสบู่ให้เรียบร้อย พร้อมกับเปลี่ยนน้องลิงตัวใหม่ด้วย

ห้องน้ำสะอาดค่ะ โชคดีมากเลย เพราะ Cherryjaja กลัวห้องน้ำผีหลอก


จากนั้นพนักงานก็บอกว่าให้นอนคว่ำ (เริ่มคล่องละ เหมือนเสต็ปเดิมเลย) เค้าก็เปิดผ้าด้านหลังแล้วเริ่มนวด รู้สึกผ่อนคลายมากเลยค่ะ หอมกลิ่นตะใคร้หอมมาก ๆ ชอบ ๆ เคลิ้มเลยคราวนี้ พนักงานก็เริ่มนวดเหมือนตอนสคลัปเลย หลับค่ะ หลับสนิทเลย คร๊อกกกกก ZZZzzz...

พอนวดด้านหลังเสร็จพนักงานก็ปลุก บอกให้นอนหงาย เจี๊ยก ... นวดด้านด้านด้วยเหรอเนี่ย เค้าอายอ่า แต่เหมือนพนักงานรู้ใจอีกแล้ว เอาผ้าอุ่น ๆ มาปิดหน้าให้หลับอีกแย๊วววว คร๊อกกกกก ZZZzzz...

ถึงขั้นตอนสุดท้าย การนวดหน้า แต่ก่อนจะนวดหน้าพนักงานก็เอาผ้าร้อนมาประคบที่ต้นคอ รู้สึกสบายตัวมาก จากนั้นเค้าก็เอาสำลีชุบน้ำอุ่น ๆ มาเช็ดให้ทั่วหน้า ลงครีมนวดนวดทั้งหน้า มือเบามาก เอาสำลีชุบน้ำเช็ดเอาครีมออก คราวนี้ใช้เครื่องที่เห็นข้างล่างนี้ (ไม่รู้จะเรียกว่าเครื่องอะไร ถามเพื่อนเค้าบอกว่าเพื่อให้รูขุมขนเปิด ให้ครีมซึมเข้าผิวเราง่ายขึ้น) มาจ่อที่หน้า แล้วเปิดให้มีไอน้ำออกมา

พอนวดเสร็จเค้าก็เอาฟองน้ำ จุ่มน้ำมาเช็ดครีมออก ขยับผ้าร้อนที่วางอยู่ต้นคอมาวางตรงแผ่นหลังแทน รู้สึกร้อนกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ผ่านไปแป๊บนึงก็สบายตัวค่ะ จากนั้นก็เอาผ้าอุ่น ๆ มาปิดครั้งหน้าส่วนล่วง และอีกผืนปิดหน้าส่วนบน โดยเครื่องนั้นก็ยังพ่นไอน้ำออกมาตลอดเวลา อุ่น ๆ รู้สึกผ่อนคลายที่สุดค่ะ

สุดท้ายเค้าก็เอาครีมมาทาหน้าให้ แล้วก็เอากระดาษทิซชู่ซับ ๆ รอบหน้า เป็นอันจบคอร์สหน้า

เครื่องพ่นไอน้ำ

จากนั้นพนักงานก็มานวดบริเวณหน้า ต้นคอ ไหล่ แขนซ้าย แขนขวา แล้วก็ปล่อยให้เราหลับตามอัธยาศัย เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ค่ะ (เพราะคราวนี้หลับลึกเลย) พนักงานก็มาปลุกให้นั่งอยู่บนเตียง ไอ้เราก็ลุกค่ะ แต่เอาผ้าห่มทั้งตัวเลย คือพนักงานเค้าจะนวดหลังให้ ถ้าเราห่มผ้าขนาดนี้เค้าจะนวดไม่ด้ายยยยยย ...

เค้าก็บอกให้เรายกมือขึ้น เราก็เอามือซ้ายจับผ้าไว้ แล้วยกมือขวาขึ้น พนักงานก็นวด ๆ แขนขวา แล้วก็บอกให้เรายกอีกข้าง เราก็เลยเปลี่ยนเอามือขวามาหนีบผ้าไว้ ยกแขนซ้าย (พนักงานคงเซ็งยัยนี่มาก) เค้าเลยป้อนคำสั่งใหม่ว่า "ยก 2 ข้างค๊า" ง่าจะยกได้ไง มันก็โป๊จิค่ะ อยากจะใช้ปากคาบผ้าก็เกรงใจ แต่ขืนยึกยักอีกเค้าคงไม่นวดให้ต่อล่ะ เอาว่ะ ... ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว

พนักงานก็สามารถนวดเราได้ทั้งตัวอย่างเต็มที่เลย เริ่มตั้งแต่หัว ไหล่ หลัง แอบเจ็บนิดหน่อย เพราะเราเส้นตึงมากเลย (แบบว่าไม่ออกกำลังกายเลย แฮะๆ) แต่ก็ไม่เจ็บเท่านวดไทยนะค่ะ ชิวกว่าเย๊อะใช้เวลาการนวดประมาณ 10 นาทีก็เสร็จค่ะ

พนักงานก็ขอบคุณเรา เราก็ขอบคุณเค้า (ในใจอยากขอโทษด้วย) เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวจะเอาอาหารมาให้ทานในห้องนะค่ะ

 

จริง ๆ แล้ววันนี้เอาสบู่ โฟมล้างหน้า ครีมทาหน้า ทาตัวมาพร้อม แต่พนักงานไม่เห็นบอกให้อาบน้ำเลย แค่บอกให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบงง ๆ เดี๋ยวค่อยไปถามเพื่อนแล้วกัน ถ้าเพื่อนบอกอาบก็อาบ แค่นี้ก็อายจะแย่แล้ว

อาหารที่เค้าเอาเสริฟ น่าหม่ำมั้ยค๊า

พออาหารมาเสริฟ เราก็แบบว่าเกรงใจพนักงาน & ประทับใจมาก เลยทิำปไป 100 บาท พนักงานยิ้ม พร้อมกับยกมือไว้ รับเงิน แล้วก็บอกว่าจะรออยู่หน้าห้องคุณทานเสร็จค่ะ ในใจคงคิดว่ายัยนี่กะเหรี่ยงเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ

พอหม่ำเสร็จ ลงมาเจอกับเพื่อน ๆ ข้างล่าง ก็มีมูสช๊อคโกแล๊ตวางไว้รอ 3 ถ้วย อร่อยค่ะ หมดในพริบตา ระหว่างหม่ำ ๆ ก็ถามกันว่าชอบมั้ย ๆ เพื่อนทั้ง 2 คนฉีกยิ้มแฉ่ง พยักหน้ายิก ๆ แล้วบอกว่า "ชอบมากกกกกกกก" เรา 3 คนรู้สึกเหมือนกันจริง ๆ

 

มูสช๊อคโกแล๊ต อร่อยเบา ๆ ก่อนกลับค่ะ  

การบริการของลาวานาวันนี้ประทับใจค่ะ เกินกว่าที่เรา 3 คนคาดหวัง ก่อนไปเรากับเพื่อน ๆ ก็คิดอยู่ว่าเราซื้อมาถูกขนาดนี้ เค้าจะบริการดีหรือเปล่า ตอนนี้ได้คำตอบแล้วค่ะ ถ้าถามว่าถ้ามี deal ที่นี่อีก จะซื้อมั้ย ตอบได้ทันทีค่ะ "ซื้อแน่นอน"


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ensogo Blog me if you can!
Powered by ensogo.com เว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

Blog EntryJul 4, '10 11:20 AM
for everyone
AVATAR
Operation โทรุมัคโต ในแง่ซุนวู

     เจค ซัลลี่ อดีตนาวิกโยธินที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่ถูกเรียกมาปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษ ที่จะต้องเปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่ อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่านับเป็นยอดผู้กล้าหรือผู้กอบกู้ที่หาได้ยากยิ่ง ที่สามารถขี่ "โทรุค มัคโต" หรือ "ผู้ขี่เงาสุดท้าย" ซึ่งคนสุดท้ายที่เป็นโทรุมัคโตก็คือปู่ของเนย์ทีรี่ โทรุเลือกปู่ของเนย์ทีรี่ เกิดขึ้น 5 ครั้งนับแต่ยุคเฟิรสท์ ซองส์ การที่เจค ซัลลี่ ต้องการให้ชาวนาวี เชื่อมั่นในตัวเขา เนื่องจากเมื่อครั้งที่เขาสารภาพต่อหน้าชาวเผ่า ว่าเขาคือตัวแทนของมนุษย์ที่ต้องการขับไล่ชาวนาวีออกไปจากพื้นที่โฮมทรีเพื่อจะได้ครอบครองแร่ธาตุใต้ดินที่มีมูลค่ามหาศาล เมื่อเนย์ทีรี่ได้ยินเรื่องจริงก่อนที่เหล่ามนุษย์จะยกกำลังทหารเพื่อเข้ายึดครองแพนดอร่า ก็ไล่เขาไปให้พ้น เจคต้องการที่จะกลับมาสู่เผ่า เขาจึงต้องการเป็นที่ยอมรับของชาวนาวี โดยการทำให้ตัวเองอยู่ในฐานะที่สูงที่สุดคือ โทรุมัคโต เพราะทุกคนจะให้การยอมรับและเชื่อมั่นในตัวเขา
โทรุมัคโต (Toruk Macto) คือ ผู้ขี่สิ่งมีชีวิตบินได้ สายนกผสมกับมังกร มีแขน ขา เหมือนมังกรฝรั่ง ปีกสี่ปีกแบบผีเสื้อ หน้าตาเหมือน พญานาค ภาษานาวี่ เรียกนกยักษ์ หรือ มังกรแดง ในชื่ออังกฤษว่า โทรุค คือ ลีโอนอพทริกซ์ Leonopteryx เกรท ลีโอนอทเทอร์ริค เป็นสัตว์ปีกขนาดใหญ่และน่ากลัวที่สุดในแพนดอร่า แม้จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายแบนซี่แต่ขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า ที่สำคัญเป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายมาก ๆ จึงได้สมญานามว่า “ราชานักล่าแห่งห้วงเวหา”
     

ในภาษานาวี โทรุมัคโต จะหมายถึงชื่อตำแหน่งหรือคำเรียกบุคคลผู้ที่สามารถเชื่อมโยงและควบคุมโทรุ นกยักษ์ในตำนานของชาวนาวี การที่เจค ซัลลี่ สามารถเอาชนะโทรุได้นั้น เนื่องจากเขามีความกล้า, ความชำนาญในการขี่นกบานชี (Banshee) ซึ่งนกชนิดนี้จะรับใช้เจ้านายคนเดียวไปชั่วชีวิต การจะเป็นอารอนยูนักล่า จะต้องทำการเลือกนกบานชี และนกบานชีจะต้องเลือกเขา ซึ่งในขณะที่เลือกเจคจะต้องใช้ความกล้า และสมาธิเป็นอย่างมาก เพราะนกตัวที่เลือกเขาจะพยายามฆ่าเขา ถ้าเขาสามารถเอาชนะนกได้ เข้าก็จะได้เป็นนาย  และเจคยังได้ศึกษาเรื่องโทรุมัคโตมาก่อนอีกด้วย

 
ซุนวู หรือ ซุนจื่อ (Sun Wu) แปลว่า "ปราชญ์แซ่ซุน" เป็นผู้เขียนตำราพิชัยสงครามของซุนวู ที่นับว่าเป็นตำรายุทธศาสตร์ทางทหาร ที่มีอิทธิพลมากของประเทศจีน ปัจจุบันยุทธศาสตร์ในตำราได้ถูกประยุกต์ ใช้อย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจและการเมือง หลักการที่สำคัญ เช่น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

 
ซุนวู กล่าวว่า การรบถ้ารู้จักการวางแผนที่ดีมีสิทธิที่จะชนะทุกร้อยครั้งเหมือนสิงโต ถ้าคราวใดที่ไม่สามารถจะล่าเหยื่อได้จะไม่ออกล่าเหยื่อ ในสงคราม เมื่อมีการรู้กำลังของกองทัพของเราเองรู้ความสามารถของแม่ทัพ รู้ความสามารถของกองทหารของฝ่ายเรา โอกาสรบชนะจะมีครึ่งหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่เราเรียนรู้กองกำลังของข้าศึก เรียนรู้ความสามารถของแม่ทัพข้าศึก และรู้ความสามารถของกองทหารของข้าศึก โอกาสรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งก็ไม่ไปไหนไกล แต่เมื่อใดก็ตามที่ออกรบ แม่ทัพไม่รู้กำลังของตัวเอง ไม่รู้กำลังของกองทหารตัวเอง ไม่ว่าจะออกรบกี่ครั้งก็ต้องแพ้ย่อยยับกลับมาทุกครั้ง

โทรุมัคโตมีความเกี่ยวโยงกับหลักตำราพิชัยสงครามซุนวูในการนำหลักในการวางแผนเบื้องต้นเข้ามาช่วยในการสู้รบ โดยใช้ 5 ประการสำคัญ ดังนี้

1. ธรรม คือ สิ่งที่บันดาลให้ทวยราษฎร์ร่วมจิตสมานฉันท์กับฝ่ายนำร่วมความเป็นความตาย โดยมิได้ย่อท้อต่อภยันตรายใด ๆ เลย ดังจะเห็นได้จากเมื่อครั้งที่เจคขี่โทรุมายังต้นไม้ศักสิทธิ์ ได้มีการขอให้ซูเตย์ (บุตรแห่งอาเทโย) ร่วมรบด้วย และกล่าวว่าพร้อมที่จะรับใช้ชาวโอมาติกาย่าต่อหน้าชาวนาวี ซึ่งขณะนั้นชาวนาวีขาดขวัญและกำลังใจจากการถูกโจมตีในครั้งแรก และเอทูเคน (ผู้นำเผ่า) เสียชีวิต เมื่อเจคกล่าวเช่นนี้ชาวนาวีซึ่งมีความเชื่อต่อโทรุมัคโต และต้องการที่จะปกป้องผืนแผ่นดินแพนดอร่าอยู่แล้ว จึงมีความสมัครสมานสามัคคี ในการร่วมรบ ไม่เกรงกลัวต่อความตายเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งของตน และยังได้ส่งข่าวเรียกเผ่าอื่น ๆ มาช่วยกันสู้รบ เจคได้กล่าวอีกว่า “พี่น้องข้า ทั้งชายหญิง เราจะแสดงให้คนจากฟ้ารู้ว่า พวกเขาไม่มีทางได้ทุกสิ่งที่ต้องการ และที่นี่คือแผ่นดินของเรา” ยิ่งทำให้ทุกคนที่มาร่วมรบมีกำลังใจละหึกเหิมมากยิ่งขึ้น

2. ดิน ฟ้า อากาศ คือ กลางวัน กลางคืน ความร้อน ความหนาว และความผันแปรเปลี่ยนแปลงแห่งอากาศ การที่แม็กซ์เป็นสายสืบให้กับเจคว่ากองทัพได้เตรียมกองกำลังไว้เต็มอัตราศึก เตรียมเครื่องบินทิ้งระเบิดสำหรับทำลายเมือง เวลา 6 โมงเช้า เจคได้เตรียมตัวสำหรับการรบในเวลานั้นได้เป็นอย่างดี
     
3. ภูมิประเทศ คือ ความใกล้ไกล ความทุรกันดารหรือความราบเรียบแห่งพื้นที่ ความกว้างแคบของแนวรบ ตลอดจนยุทธภูมินั้นอยู่ในลักษณะเป็นตายอย่างไร ดังจะเห็นได้จากที่เจคได้มีการวางแผนการรบล่วงหน้ากับด็อกเตอร์ เกรซ ออกัสติน และนอร์ม สเปลแมน ถึงความได้เปรียบทางการรบหลายด้าน ดังนี้
•    หุบเขาฮาเลลูยา เป็นบริเวรที่สัญญาณการสื่อสารถูกรบกวน กองทัพไม่สามารถติดต่อระหว่างกันได้ เมื่อเครื่องบินเข้าสู่พื้นที่นี้คลื่นสัญญาณต่าง ๆ ก็จะแปรปรวน ต้องเปลี่ยนเข้าสู่ระบบขับด้วยตัวมันเอง และไม่สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้
•    จู่โจมจากที่สูง โดยโทรุ และนกบานชี โดยการบินให้เหนือกว่าเครื่องบิน โทรุมัคโตและชาวนาวีที่ขี่นกบานชีก็ใช้ธนูซึ่งเป็นความถนัดของเขา ยิงทหารตาย และบาดเจ็บมากมาย
•    ในที่ราบ มีควาย และ ช้างป่า ซึ่งตัวใหญ่และแข็งแรง วิ่งด้วยความเร็วสูงเข้าประทะกับกองทหารราบ

4. ขุนพลหรือผู้บัญชาการศึก คือ บุคคลผู้ประกอบด้วยสติปัญญา มีความเที่ยงธรรม ความเมตตา ความกล้าหาญ และความเข้มงวดเด็ดขาด เปรียบได้กับโทรุมัคโตที่มีการใช้สติปัญญาในการวางแผนรบ  มีความเฉลียวฉลาด ในการรบ มีการติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลากับผู้นำแต่ละหน่วยเพื่อให้ล่วงรู้สถานการณ์ขณะนั้นและให้คำแนะนำได้อย่างทันท่วงที อย่างเช่น ตอนที่เซเซตาย (นกบานชีของเนย์ทีรี่) เนย์ทีรีย์ตกลงมาจากฟากฟ้า และมาเจอกองทัพทหารจึงหลบหลังต้นไม้ ด้วยความคับแค้น เนย์ทีรี่ตัดสินใจจะยิงธนูใส่ทหาร แต่เจคได้ออกคำสั่งอย่างชัดเจนว่าให้หลบ ห้ามยิง และมีฝูงควายป่าวิ่งมาสู้กับกองทัพแทน ทำให้เนย์ทีรี่รอดชีวิต  นอกจากนี้ยังมีไหวพริบปฏิภาณ สามารถพลิกแพลงสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ใช้ความเที่ยงธรรม, ความกล้าหาญโดยการเป็นผู้นำในการรบ โดยไม่เกรงกลัวต่อศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช้คนอื่นออกรบแทนตน มีความเมตตาต่อชาวนาวีเห็นใจที่ชาวนาวีผูกโจมตี เจ็บ ตาย ไร้ที่อยู่, ความเข้มงวดเด็ดขาดตามที่ตั้งใจไว้ ถึงแม้ชาวนาวีจะมีความเสียเปรียบทางด้านทักษะในการรบ และขาดอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและรุนแรงเท่ากับกองทัพ แต่ด้วยความที่มีผู้บัญชาการศึกเก่ง รู้ว่าเมื่อใดควรรบ/ไม่ควรรบ, รู้จักการออมกำลัง, และมีการรวมความสามัคคีให้เป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันก็สามารถเอาชนะกับศึกที่ยิ่งใหญ่ได้   
 
5. ระเบียบวินัย คือ ระบบการจัดสรรพลรบ วินัยแห่งทหาร และการใช้จ่ายของกองทัพ (ข้อนี้ตอนส่งไม่มี เพราะตกหล่นระหว่างทาง 55)

อาจารย์เฉลย ในส่วนที่เราตกหล่นไป
1. เจค เป็นทหารเก่า สามารถใช้ความรู้ทางด้านทหารได้
2. เขาทิ้งเพื่อนไว้คนนึงในกองทัพเพื่อเป็นสายสืบ
3. เวลาในการทำศึก กองทัพเลือกเวลา 6 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่มืดอยู่ ตามกลยุทธิ์ของซุนวูว่าควรโจมตีช่วงมืด เพราะศัตรูไม่ได้เตรียมพร้อม
4. เพื่อนที่ร่วมรบกับเจคมีความรู้ด้านการรบเป็นอย่างดี
5. ด้านภูมิศาสตร์ เขาเลือกทำเลที่ไกลจากต้นไม้ศักสิทธิ์ ออกไปไกล ไปยังหุบเขาทีมีปัญหาด้านสัญญาณ

อาทิตย์ที่ผ่านมา มันมรสุมซะเหลือเกิน เอาร่างอวตารของข้ารอดมาได้ยังไงไม่รู้
นี่เป็น 1 ในงานที่ส่ง สุดจะมั่ว วกไปวนมา ทำเสร็จมีส่งครบทุกงานก็ดีใจแระ

Blog EntryJun 9, '10 6:59 AM
for everyone

วันเกิดเอ็มจ๋า จ๋า ปีนี้ เชอรี่ก็ได้ประดิษฐ์การ์ดให้เหมือนทุกปี ถ้าไม่ได้ทำให้ก็เหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง ช่วงนี้งานเยอะก็ต้องเจียดเวลาซักนิ๊สสสส เพื่อให้ได้การ์ดน่ารัก ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร

เตรียมอุปกรณ์เยอะมาก ๆ แต่ใช้จริงนิดเดียว

 ตัดกระดาษหนังช้างให้พอดีกับซองที่ซื้อมา

ออกแบบจนเสื้อผ้านายแบบ นางแบบหมองแย๊วเนี่ย

 สำเร็จแล้ว แต่ไม่เห็นเหมือนที่ออกแบบเลยเน๊อะ


Blog EntryApr 22, '10 12:20 PM
for everyone
เอ็มจ๋า จ๋า บอกว่าวันนี้จะกลับดึก เลยซื้อสาลี่หวาน ๆ ไปส่งและแวะกินข้าวเย็นด้วยแถวตึกอื้อจื่อเหลียง พอกินเสร็จเอ็มก็บอกว่าให้เดินไปขึ้น BTS ถ้าถึงแล้วให้โทรบอกด้วย แล้วก็ให้เดินไปทางตึกอับดุลราฮิมเพื่อความปลอดภัย  เราก็ทำตามที่เอ็มบอกทุกอย่าง

พอเดินถึงซอยศาลาแดง 1 เจอตำรวจผูกผ้าพันคอหลากสี หลายร้อยคนเลย ก็คิดว่าเค้าคงมารักษาความปลอดภัยปกติ เรารีบไปช๊อปปิ้งดีกว่า เด๋วกลับช้าจะถูกเอ็มบ่น

เลยรีบไป Tops ซื้อข้าวของที่จะให้เอ็มเอาไปทำบุญกับเพื่อน ป.โท ระหว่างที่เลือก ๆ ของอยู่พนักงานก็วิ่งมาตามบอกว่าเอาไปจ่า่ยตังค์ได้แล้ว กำลังจะปิด [นี่มันยังไม่ 2 ทุ่มเลยนะ จะรีบกลับบ้านไปไหนยะ ? (คิดในใจ) ] อ๊ะ ๆ จ่ายตังค์ก็จ่ายตังค์ พอจ่ายเสร็จ ก็ออกทางหน้าห้างไม่ได้ เพราะเค้าปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ก็งงปกติกลับตอนห้างปิดก็สามารถออกทางใต้ดินได้ ก็มีพนักงานพาเดินไปออกตรงซอกเล็ก ๆ หลัง Tops แล้วไปทะลุออกทางหลังตึก ขณะนี้เวลา 20.00 น. ทั้งลูกค้า & พนักงานเป็นพันคน ต้องการออกจากตึก แต่ตึกปิดทางออกเหลือแค่ซอกเ็ล็ก ๆ ก็พยายามเบียดออกมา พอออกมาปุ๊บก็ได้ยินเสียงเหมือนปืนดังขึ้น (เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามันคือเสียงระเบิด) คราวนี้แหละ ทั้งทหารที่มีแบกปืนอันใหญ่ ๆ คุณตำรวจวิ่งสวนอีกทาง อีกทั้งประชาชนที่วิ่งกรูไปทางซอยคอนแวนต์ ระหว่างนั้นเลยโทรถามแม่ว่ามันเสียงอะไรหรือเปล่าช่วยดูข่าวให้หน่อย แม่ไม่รู้ รู้แต่ว่าบอกให้วิ่งเร็ว ๆ ตาก็มองขึ้นไปบนที่จอดรถอาคาร Silom Complex เจอทหารถือปืนเพียบเลย น้ำตาจะไหล ทำไมมันน่ากลัวอย่างนี้ เคยเห็นแต่ในข่าว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ระทึกอย่างนี้กับวรินธร วิ่งก่อนละกัน พอถึงซอยคอนแวนต์ก็เจอทหารคอยโบกมือบอกว่าให้วิ่งไปทางสาทรเร็ว ๆ เราก็อยากรู้เลยแกล้งทำให้โง่ ๆ เดินไปถามทหารว่าไปขึ้น BTS ศาลาแดงได้หรือเปล่า มีเหตุอะไรมั้ย ทหารไม่ตอบ แต่มีผู้หญิงคนนึงมาจับต้นแขนเราแล้วชี้ไปทางสาทรบอกว่าให้วิ่งไปทางโน่นด่วน มีระเบิด !!!  ห๊า !!!!!!!!!!!! มีระเบิด เหรอ !!!!!! เริ่มสติแตกแล้ววรินธรเอ๊ย

พอผ่านหน้าโรงเรียนเซนต์โยเซฟก็เจอทหารวิ่งออกจากโรงเรียนอีกเพียบเลย ตายละ ๆ สงสัยจะมีเหตุจริง ๆ ด้วย ต้อง update ซะหน่อยแล้ว โทรหาเอ็มให้ช่วยเช็ค โทรหาน้องสาว ระหว่างที่โทรก็วิ่งเรื่อยของที่ซื้อมาก็พะลุงพะลังไปหมด หนักก็หนัก แต่ยังวิ่งเร็วอยู่ พอถึงสาทรว่าจะข้ามถนนไปขึ้น taxi ก็ไม่เห็นมีรถเลย กลัวช้า เลยตัดสินใจวิ่ง ๆ ไป BTS ช่องนนทรี ระหว่างนั้นโทรหาเอ็ม & ม๊า เอ็มบอกว่าอย่าอยู่ใกล้ตึก CP และแบงค์กรุงเทพ เลยบอกว่าไม่ต้องห่วงตอนนี้เค้าอยู่สาทร เงยหน้าขึ้นไปเจออักษรตัวใหญ่บนตึกเขียนว่า BANGKOK BANK วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่พ้นซักที ในใจคิดว่าถ้ามันบึ้มเราจะรอดมั้ยเนี่ย ปกติระเบิดมันไปไกลขนาดไหน ขาเราจะอยู่ครบหรือเปล่า โอ๊ย !!! สติแตก

พอถึง BTS ช่องนนทรีคนก็วิ่งกรูกันออกมาบอกว่าปิดแล้ว ๆ ๆ อ้าวจะไปทางไหนละเนี่ย มองระยะไกลเห็นรถเมล์สาย 177 จอดติดไฟแดงอีกร้อยกว่าวิ เลยตัดสินใจวิ่งสุดชีวิตข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์ระหว่างที่กำลังจะออกรถ
[ไม่ต้องสงสัยนะว่าทำไมไม่ขึ้น taxi พยายามหาแล้ว แต่ไม่มีซักคันเลย ทั้งตุ๊ก ๆ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง มีคนนั่งหมดแล้ว]

ลง BTS สุรศักดิ์กะว่าจะนั่ง taxi กลับบ้านเพราะหมดพลังแล้ว แต่ก็ไม่มีเหมือนเดิม มีแต่คนยืนรอเพียบเลย ตัดสินใจวิ่งขึ้นไป BTS ที่มีทหารเฝ้าอยู่หลายนาย คิดว่าปลอดภัยแล้วเลยโทรเอ็ม ม๊า น้องสาว เอ็มดันบอกว่าอย่ายืนตรงมุมให้ยืนกลาง ๆ เด๋วมีระเบิด (อะไรอีกเนี่ย ??) รอรถพักใหญ่เลย กว่าจะมาเลยลงกรุงธนบุรีต่อรถตู้กลับคอนโดเหมือนปกติ

ระหว่างนั่งกลับก็คิดว่าทำไมบ้านเมืองเราถึงได้เป็นขนาดนี้ ทำไมคนไทยถึงฆ่ากันเอง อยากให้กลับมาสงบอีกครั้ง อยากให้คนไทยรักกัน เลิกชุมนุม เลิกแบ่งสีกันได้แล้ว เพื่อประเทศของเรา

อยากตัดผมสั้นมานานมากแล้ว แต่ไม่กล้าตัดซักที่ กลัวกาละมังโผล่ ชาวบ้านจะตกใจกันป่าว ๆ อีกทั้งเอ็มก็ถาม ๆ ๆ เรื่อย ๆ อยากให้ไว้ผมเหมือนสมัยมัธยม (ได้แค่ทรงผมนะ หน้าไม่ได้แล้ว แก่เกิน 55)  แล้วช่วงนี้อากาศก็ร้อนแสนร้อนเลย เลยทำการ ถาม ๆ คนรอบข้างที่ตัดผมสั้นและดูดีทั้งหลายว่าตัดจากร้านไหนบ้าง หลาย ๆ คนบอกว่าตัดชลาชล สาขา Amarin Tower ราคา 550 บาท เอาว่ะ !! สู้ตาย 550 ก็ 550 ตัดถูก ๆ เด๋วรับหน้าตัวเองไม่ได้

พอเลือกร้านได้ ก็เจอปัญหาเสื้อแดงชุมนุมตรงนั้นพอดี ตอนแรกก็นึกว่าจะปิดไม่เกินอาทิตย์ รอดีกว่าจะได้ตัดกับช่างเก่ง ๆ จนจะสงกรานต์อยู่แล้ว รอไม่ไหว เลย Search หาช่างเก่ง ๆ ในเว็บ  เห็นคนเยอะแยะมากมาย แนะนำพี่ไมซ์ บนโรงหนังสยาม เลยตัดสินใจไปหั่นผมที่นั่น

พอไปถึงร้านค่อนข้างผิดหวังเพราะมันเป็นร้านเล็ก ๆ ลูกค้าไม่เยอะ เลยสงสัยว่าคงเป็นลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ เองมั้งที่ชื่นชอบร้านนี้ เลยเดินไปร้านลำดับที่ 2 ที่เตรียมไว้ (เตรียมไว้ 4 ร้าน) คือร้าน Chic Club เป็นร้านใหญ่เลย คนตัดก็เยอะ แถมติดป้ายลด 25% สำหรับนักศึกษาด้วย แต่..เราไม่มีชื่อช่างที่ตัดเก่ง ๆ นี่นา กลับไปสู้คายที่ร้านพี่ไมซ์ละกัน อย่างน้อยแกก็เจ้าของร้านละว๊า

พี่ไมซ์ : มาทำอะไรครับวันนี้
เชอรี่  : ตัดผมค่ะ
พี่ไมซ์ : มีชื่อช่างมั้ย
เชอรี่ : พี่ไมซ์ค่ะ (55 เจ้าของร้านซะเลย)
พี่ไมซ์ : งั้นนั่งเลย มีทรงผมที่อยากตัดมั้ย ? เอาความยาวขนาดไหน ?
เชอรี่ : ตัดสั้นค่ะ ไม่มีทรงมา
พี่ไมซ์ : ดัดผมมาใช่มั้ย ดัดร้านไหนเนี่ย เค้าดัดไม่เป็นเลยนะ
เชอรี่ : Art Hair ค่ะ
พี่ไมซ์ : งั้นตัดตรงที่ดัดทิ้งเลยแล้วกันนะ ตัดก่อนสระแล้วกัน เปลือง !!
เชอรี่  : ตายละ ๆ ๆ เค้าจะแกล้งเรามั้ยเนี่ย ดันบอกไปอีกว่าดัดร้านอื่นมา
พี่ไมซ์ : รู้ได้ไง ว่ามาตัดร้านนี้แล้วจะดีขึ้น
เชอรี่  : !@#%^))*^%$&*_
พี่ไมซ์ : ฉับ ๆ ๆ ๆ ประมาณ 5 ครั้ง ไม่ตัดผมหน้าม้าที่เราชอบให้ด้วย อยากจะร้องไห้ ตัดร้านถูก ๆ เค้ายังดูแลเราดีกว่านี้เลย อ่ะ ! เสร็จแล้ว สระผมได้
เชอรี่ : กรี๊ดดดดดดดดดดดด ตัดเสร็จแล้วววววว แง๊ ๆ ๆ ๆ

หลังจากสระผมเสร็จถึงจะไดร์ แล้วพี่ไมซ์ค่อยเก็บรายละเอียดให้ เป็นทรงที่เราต้องการ แต่พี่ไมซ์บอกว่าไม่ไหว ๆ ดัดเหอะ

ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งใจกว่าจะตัดทรงไหน ช่างแนะนำก็เชื่อ เพราะอย่างน้อยเค้าคงเห็นแล้วว่าเหมาะกับเรา ไม่งั้นเสียชื่อร้านแย่เลย สรุปว่าดัดผมด้วยค่ะ โดนค่าเสียหายไป 1,200 บาท  หลาย ๆ คนบอกว่าดีขึ้น หลาย ๆ คนบอกว่าแปลกตา หลาย ๆ คนถามว่าไม่เสียดายผมเหรอ ?
เปล่าเลย ถูกใจมาก ๆ ทั้งสบายผม ทั้งหน้าตาไม่ประหลาดอย่างที่คิด สรุปว่าถูกใจมาก ๆ ค๊า วันหน้าจะไปตัดกับพี่ไมซ์อีก

 


Start:     Mar 14, '10 9:30p
Location:     เมืองไทย รัชดาลัย เธียเตอร์
ตอนที่มีแสดงครั้งแรก เอ็มชวนยิก ๆ อยากไปดู เพราะเซินกับปุ๊กก็จะไปดูด้วย แต่เชอรี่ดันงก สงสารเงินในกระเป๋าเอ็มที่เพิ่งจ่ายไปเยอะจากไปเที่ยวสิงคโปร&ฮ่องกง ก็ปฏิเสธซะเลย ปรากฏว่าเซินกับปุ๊กก็ไปดูมา แล้วบอกว่ามัน ย๊อดมากกก

พอกลับมาแสดงอีกครั้งเอ็มไม่ถามแล้วว่าจะดูหรือเปล่า เปลี่ยนคำถามเป็นว่างวันไหน จะจองแล้ว

ดีใจจะได้ดูละครเวทีจากนักแสดงฝีมือดี ๆ อย่างพี่นกสินจัย กับกบทรงสิทธิ์ ชักจะอดใจไม่ไหวแล้วสิเนี่ย !!

EventFeb 15, '10 10:04 AM
for everyone
Start:     Feb 16, '10 7:00p
Location:     Paragon Hall
ต่อเนื่องจากเดี่ยว 7 ที่ดูเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน สนุก เต็มอิ่มมาก ๆ ครั้งนี้เอ็มทุ่มทุนสร้างเหมือนเดิม ยอมตื่นเช้าและลางานเพื่อไปจองตั๋ว สุดท้ายได้มา 12 ใบ ใบละ 2,000 กระเป๋าแห้งแต่มีความสุข 55

เราเลือกดูีรอบสุดท้าย เพราะหวังว่ารอบสุดท้ายจะมีมุขใหม่ ๆ ฮา ๆ ที่พัฒนามาจากรอบที่พี่โน้สเล่นก่อนหน้านี้

อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง คงประทับใจมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เหมือนเดิม

Blog EntryFeb 14, '10 11:26 AM
for everyone

หลาย ๆ ปีก่อนก็ไม่เคยรู้สึกอะไรกับคำว่าวันวาเลนไทม์กับเค้าเลย ก็รู้สึกว่าเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง จนคบกับเอ็ม

วันนี้ก็เป็นอีก 1 วันในรอบ 5 ปีที่เป็นวาเลนไทม์ที่มีความหมายสำหรับเชอรี่ ถึงแม้ว่าวันนี้จะต้องนั่งเรียนตั้งแต่เช้าจนเย็น ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการบ้านเยอะ แล้วก็ยังไม่สบายอีก แต่ยังรู้สึกว่าอยากเซอร์ไพรส์แฟนสุดที่รัก ปีนี้มี การ์ดน่ารัก ๆ & แผ่นรองเม้าท์ Paul Frank & ช๊อคโกแล๊ค Starbucks (Cup of love) ให้ไปยังไม่รู้เลยว่าชอบหรือเปล่า (ไม่กล้าถาม อิอิ)

^_^ วันนี้เอ็มจ๋า จ๋า ขับรถพาไปส่งที่เรียนตั้งแต่เช้า

+_= ตอนเลิกเรียนออกจากห้องปุ๊บก็มีหนุ่มหัวทองถือดอกกุหลาบขาวช่อสีแดงมานั่งรออยู่หน้าห้อง (แอบเขิลลล) เพื่อน ๆ กำลังทะยอยกันออกมาเลย

-*- ไปเยี่ยมจิงจิงหลานรักที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ตัวร้อนจี๋ที่ รพ. BNH

:) ไป Paragon กินข้าวกันที่ร้าน Orangy ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาลีที่เอ็มเคยชี้ให้ดูเมื่อนานมากแล้วว่าจะพามากินร้านนี้ อย่างโรแมนติกเลย

*-* ดูหนังเรื่อง Valentine's หนังรักโรแมนติกที่เคยบอกไว้ว่าจะดูด้วยกัน คาดไม่ถึงว่าจะพามาดูวันนี้ แถมยังดูในโรงหรูอีก (Nokia Ultra Screen) เพิ่งมารู้ทีหลังว่าที่ละ 700 บาท มิน่าล่ะ !! โซฟานุ๊ม นุ่ม แถมยังไม่ผ้าห่มสบาย ๆ ไว้ให้ห่มกันหนาวด้วย

ขอบคุณมากนะค่ะ  เชอรี่จ๋า จ๋า มีความสุขที่สุดเลย  
 


Blog EntryJan 5, '10 10:41 AM
for everyone
สวัสดีปีเสือน้อย

ขอให้มีความสุขกันทุกคน สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีตังค์ใช้กันเย๊อะ ๆ นะค๊า




นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้สำหรับการออกไปรับดอกไม้งานแต่ง แต่ที่แน่ ๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่สามารถรับดอกไม้ได้ ไม่รู้ว่าเพราะงกอยากได้ ช็อคโกแลต Ferrero Rocher ไปให้ป๊า หรืออยากทำลายสถิติตัวเองก็ไม่รู้ ..

งานแต่งเจ๊วีเมื่อวันที่ 12 ธันวาที่ผ่านมา เชอรี่มีหน้าที่หลัก อย่างเดียวคือรับแขกที่โต๊ะลงทะเบียนหน้างาน และรับผิดชอบกล่องใส่ซอง เลยทำให้ไม่ได้คิดล่วงหน้าว่าจะได้ออกไปรับดอกไม้ พอใกล้ถึงเวลาเอ็มก็ทำหน้าที่เหมือนเดิม คือ ไล่เชอรี่ไปรับดอกไม้ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไป เพราะห่วงกล่องใส่ซอง ถ้าหายมายุ่งเลย แต่อีกใจก็คิดว่า ขำ ๆ ไปก็ได้ ฝากกับเอ็มไว้ใจได้อยู่แล้ว เพิ่งมาเห็นตอนรับเสร็จว่าเอ็มอุ้มกล่องใส่ซองมาถ่าย VDO และรูปไว้ด้วย เลยมีคลิปฮา ๆ มาให้ดูกัน



Download this and other original video files with Multiply Premium.

Photo Album4th M&C Anniversary Dec 7, '09 11:39 AM
for everyone
ddd
dThumbnaild
ddd
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขอีกวัน (5 ธันวา) ได้นอนตื่นสาย ไปหาม๊าเอ็ม กินข้าว กินไอติม เดินซื้อของ ตกเย็นก็ไปปั่นจักรยานถ่ายรูปกันที่สวนรถไฟ มีความสุขมาก ๆ เลย นาน ๆ จะได้มีเวลาว่าง ๆ กันอย่างนี้

ขอให้เอ็มจ๋า จ๋า น่ารักอย่างนี้ตลอดไปนะค่ะ <3

แต่ก็.....ยังไม่มีรูป (อีกแล้ว) รออยู่นะค๊าาา ไม่ได้เร่ง อิอิ

เมื่อเดือนที่แล้ว เอ็มชวนไปงานวันเกิดพี่ต้อย (พี่ต้อยคือ Manager ที่ทุกคนรัก เลยพาไปเมานอกสถานที่ทุกปี)  แต่ด้วยปีนี้เรียนโทแล้ว ไม่ค่อยจะมีเวลาว่างเลย เรียนก็หนัก แถมรายงานก็เยอะเหลือเกิน เลยตัดใจตอบไปว่าคงไปไม่ได้  แถมยังเป็นอาทิตย์สอบ Midterm อีกต่างหาก  แต่แล้วพระเจ้าเข้าข้าง วันเสาร์ที่แล้ว อาจารย์บอกว่างด class ทั้ง 2 วิชา เพราะไม่อยู่ ว้าว ๆ ๆ ๆ ทุกคนดีใจกันใหญ่เลย ที่จะได้มีเวลาอ่านหนังสือสอบ แต่เชอรี่ดีใจสุด ๆ เลย ที่จะได้ไปเที่ยวหัวหิน สอบเหรอ ช่างมันเห๊อะ ถึงอยู่อ่านหนังสือก็คงไม่ต่างกัน 55

วันศุกร์

ออกเดินทางกันทุ่มครึ่ง เชอรี่ตื่นเต้นนึกว่าจะออกเร็วเหมือนปีที่แล้ว 4 โมงก็นั่ง taxi ออกจากคอนโดแล้ว พอลงจาก Taxi เด็กนักเรียนมองกันใหญ่เลย เพราะเชอรี่แต่งตัวเหมือนอากาศหนาวมาก อุปกรณ์กันหนาวครบครัน โทษฐานจากการไม่ดูพยากรณ์อากาศ กลัวจะหนาวเหมือนวังน้ำเขียวปีที่แล้ว

เชอรี่กับเอ็มติดรถน้องเอไป โดยมีเพื่อนเอชื่อนัท แล้วก็น้องไอซ์เท้าไฟไปด้วย ไปถึงรีสอร์ท ชื่อ The Resident หัวหิน เป็นรีสอร์ทใหม่ที่เพิ่งเปิดปีนี้เอง บ้าน 1 หลังมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมด้วย ห้องครัว ห้องรับแขก และสระจากูชชี่ด้วย ยิ่งใหญ่มาก แต่ให้พักแค่ 4 คน

ไปถึงไม่รีรอ รีบไปรวมกันคนอื่น ๆ ดีกว่า ไปถึงก็เจอผับย่อม ๆ อยู่ในบ้าน มีเสียงเพลงและเหล้าเบียร์เพียบบบบบบบบ สมกับเป็นทริปกินดื่มจริง ๆ เรากิจกรรมกันด้วยเกมน้ำเต้าปูปลา มีกติกา คือ ให้เลือกสัตว์ในฉลาก 1 อย่าง ถ้าจับมาแล้วเป็นสัตว์ที่เราเลือกจะต้องกินครึ่งแก้ว ถ้ามันออกเบิ้ลต้องกินเต็มแก้ว แต่ถ้ามันออก 3 ตัวพร้อมกันต้องกินแก้วครึ่ง 55  สรุปว่า นั่งตัวเอียงตั้งแต่เกมแรก

มาเจอเกมที่ 2 เกมหมุนขวดเปิดใจ มีกติกา คือ ถ้าปากขวดหันไปที่ใครให้คนหมุนถามได้ 1 คำถาม ถ้าไม่สะดวกใจจะตอบให้กินครึ่งแก้ว แต่ถ้าตอบคนหมุนจะต้องโซ้ยยยแทน (ใครคิดเนี่ยยย ??) เล่นกันประมาณ 10 คน แต่เชอรี่เป็นคนเดียวที่อยู่รอด สงสัยขวดมันจะรู้ว่าไม่ไหวแล้ว

หมดเกม 2 ก็เปิดผับกันซะ ด้วยความที่เมาเลยไปนั่งเล่นอยู่สระจากุชชี่  กะจะใช้วารีบำบัดเผื่อว่าจะช่วยให้สร่างเมา นั่งได้ไม่นานอาร์ตก็คงสร่างเลย เพราะเจอเท้านิรนามพิฆาต สะกิดลงไปในสระ ต่อจากนั้นไม่นานก็ถูกอุ้ม หิ้ว ลาก โยนลงสระกันทีละคน คนเขียนเองก็ไม่รอด ถูกเอ็มโยนลงตุ๊มมม ไปในน้ำ สุดท้ายเป็นหวัด อาการเมาหายไปทันที แต่ยังไม่จบ ยังมีเรื่องต่ออีก อยู่ดี ๆ ประตูบ้านล๊อคได้ยังไงไม่รู้  ตอนนี้ทุกคนสร่างเมากันหมด ยืนหนาวกันอยู่นอกบ้าน แล้วก็มี ฮีโร่ ใช้วิชาแงะประตูบ้านสำเร็จ เชอรี่กับเอ็มขอกลับไปนอนดีกว่า แต่พี่ต้อย แป๊ก แล้วก็ .. ยังไปเล่นน้ำที่สระใหญ่ไม่กลับ ยอมแพ้ค๊า  พี่เหมยลี่ของเรา 

วันเสาร์

ตื่นมาปวดหัวมากมาย ปวดตัว ปวดขา ไปหมด จริง ๆ แล้วตั้งใจว่าจะตื่นเที่ยงแล้วกลับไปเตรียมตัวสอบ แต่ไม่รู้ว่า 9 โมงใครตะโกนปลุกให้ไปกินข้าวเช้า พอเที่ยงก็ออกไปเที่ยวเพลินวานกัน อยากไปนานแล้ว ขอบคุณพี่ต้อยกับแป๊กนะค่ะ ที่บอกว่าไม่อยากให้เรามาแค่นี้ อยากให้ได้เที่ยวบ้าง ซึ้งใจจัง 

ทริปนี้ ประทับใจอีกแล้ว แต่เสียดายมีเวลาน้อยไปหน่อย ไม่น่าติดสอบเลย ปีหน้าจะบอกให้อาจารย์เลื่อนสอบเลย จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวแบบกังวล 

ขอบคุณทุก ๆ คนนะค่ะ ที่ทำให้เชอรี่มีความสุขอย่างมากมาย 

ยังไม่ได้โหลดรูปเลย ขอแปะไว้ก่อนแล้วกันนะค๊า


Blog EntryNov 10, '09 12:27 PM
for everyone

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งในรอบปีที่มีความสุขมากมาย เพราะคนรอบข้าง และคนข้าง ๆ รวมถึงเพื่อน ๆ ที่อยู่ทางไกลด้วย เป็นวันหนึ่งที่ได้รับโทรศัพท์, mail, sms เยอะมากเป็นพิเศษ นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าเรายังเป็นคนที่ยังมีคนคิดถึงอยู่

ปกติเอ็มจะให้ของขวัญวันเป็นคนแรกตอนเที่ยงคืน แต่ครั้งนี้เห็นเงียบ ๆ เลยคิดว่าสงสัยไม่มีตังค์จริง ๆ ก็คิดว่าตอนเย็นคงทำรายงานกับเพื่อนตามปกติ พอสาย ๆ มาแล้วค่ะ mail ชวนดินเนอร์ตามฟอร์ม แน่นอนค่ะว่าไป  อิอิ    แต่จะไปยังไงล่ะ วันนี้มีนัดทำรายงานซะด้วยสิ กว่าได้คำตอบหัวแทบระเบิด สุดท้ายเลยเขียน mail ลากิจ พร้อมแนบไฟล์งานที่เมื่อคืนปั่นซะปวดหัว ไปให้ สุดท้ายทุกคนลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่า .. ยกเลิกการทำรายงานวันนี้ไปเลย 55

วันนี้เกิดอารมณ์นอย ๆ เหนื่อย ๆ เซ็ง ๆ น้ำตาซึม ๆ กับงานที่ถาถม ตอนเที่ยงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ จะพาไปเลี้ยงวันเกิด พอ 11.30 ทุกคนเริ่มทะยอยไปนั่งที่ร้านอาหาร เชอรี่นั่งปั่นงานจนจนบ่าย สรุปทุกคนอิ่มกลับมาเลย แต่ว่าวันนี้เชอรี่ไม่มีมื้อเที่ยง 

ตอนเย็นเอ็มจ๋า จ๋า พาไปดินเนอร์ที่ Bangkok Sky, Baiyoke Tower ชั้น 78 (สูงมากมายเลย)  เป็นบุพเฟ่อีกแล้วคับท่าน วันเกิดทีไรไม่เคยได้นั่งกินสวย ๆ เลย เป็นบุพเฟ่นานาชาติ แต่วันนี้เหนื่อย ๆ กินไม่ค่อยลง นั่งพักเหนื่อยอยู่นาน เอ็มเลยให้หลับตา อ๊ะ .. (ปีนี้มีของขวัญด้วยเหรอเนี่ย ??)  จะเป็นอะไรน๊า ?? 

ของขวัญวันเกิดปีนี้เป็น iPod Nano รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน สีชมพู มีกล้องด้วย ข้างหลังเครื่องมีพิมพ์ข้อความด้วย "Cherry's Birthday 2009 Happy 15 years" ข้างในเครื่องมีเพลงรัก ๆ ๆ 1,437 เพลง & VDO ที่เราเคยถ่ายทั้งหมด & MV ที่เคยทำด้วย ชอบมาก ๆ เลย  แต่แอบเสียดาย iPod ตัวเก่าที่เอ็มเคยซื้อให้เมื่อ 2 ปีก่อน แล้วก็ MP3 Sumsung ที่ปัจจุบันใช้อัดเสียงอาจารย์ มันกำลังจะตกกระป๋อง

พออ่านการ์ดก็น้ำตาไหลไม่หยุดเลย คงเพราะหลาย ๆ คำในการ์ดและหลาย ๆ เรื่องราวที่ผ่านมา 

ระหว่างนั่งแคะ ๆ ๆ ปูพี่ดาวพยายามโทรมาหลายรอบ สุดท้ายมีเสียงจีโน่ร้อง Happy birthday to you ..... จนจบเพลง น่ารักที่สุดเลย คิดถึงจีโน่จัง 


วันที่ 11 กำลังนั่ง ๆ นอน ๆ อ่านหนังสืออยู่จิงจิง ก็โทรมา Happy Birthday อีกคน คงเป็นอาชีพใหม่ของหลาน ๆ เอ็มไปแล้ว น่ารักมาก ๆ เลย 


นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไปบนยอดตึกใบหยก ตึกมันหมุนได้จริง ๆ ด้วย เหมือนในทีวีเลย แต่โรแมนติกกว่าเย๊อะ

ขอบคุณเอ็มจ๋า จ๋า ที่คอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะค่ะ 

 

ระหว่างที่เขียนอยู่กริ่งสัณญาณไฟไหม้ดังตลอดเวลาเลย แน่นอนค่ะวันนี้ที่ตึกมีซ้อมหนีไฟ แล้วก็แน่นอนค่ะว่าไม่ลงแน่นอน 46 ชั้น มีหวังขาเดี้ยงแน่ ๆ อิอิ 


Blog EntryNov 2, '09 2:57 AM
for everyone

เมื่อ 4 ปีก่อน ลอยกระทงกับเอ็มเป็นครั้งแรก เอ็มชวนไปลอยที่จุฬา แต่เชอรี่ไม่ไป เพราะกลัวว่าเอ็มจะเป็นนินจาหายไปอีก เลยไปลอยกับเพื่อน ๆ เชอรี่รวม 6 คนแถวสะพานอุตสาหกรรม
เมื่อ 3 ปีก่อน เป็นแฟนกันแล้ว ปีนี้เป็นวันหยุดพอดีเราเลยทำกระทงเองแล้วลอยกันที่สะพานตากสิน

เมื่อ 2 ปีก่อน ปีนี้ก็เป็นวันหยุดแต่ปีนี้เราไม่ทำกระทงกันแล้ว เราตื่นสาย ๆ แล้วนั่งเรือไปเดินเล่นแล้วลอยกระทง & ปล่อยโคม ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
เมื่อปีที่แล้ว เอ็มเรียนโทที่จุฬาเชอรี่เลยเดินเล่นแถว ๆ สยามกับโบว์รอ พอเลิกเรียนเราเลยนั่ง BTS ไปเดินเล่นในวัดยานนาวา แล้วลอยกระทงกันที่สะพานตากสินเหมือนเดิม
ปีนี้ เชอรี่เรียนโทต้องทำรายงานกลุ่มกับเพื่อนที่จามจุรี เอ็มเรียนโทในจุฬา ตึกรั้วติดกันเลย แต่เชอรี่ไม่ยอมลอยที่จุฬาเพราะได้ยินเรื่องเล่ามากมาย

เอ็มเป็นคนที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย พอใกล้ลอยกระทงทีไรจะชวนไปลอยทุกปี รู้ว่าเรากลัวก็จะชวน จนปีนี้เริ่มทนไม่ไหว บอกว่าชวนทุกปีแล้ว ชวนจนจะเรียนจบแล้ว ยังไม่เคยลอยด้วยกันที่นี่เลย ปีนี้ลอยหน่อยน๊า สุดท้ายเชอรี่ใจอ่อน ลอยก็ลอย จริง ๆ เรื่องอาถรรพ์มันก็ไม่ค่อยเกี่ยวหรอก มันอยู่ที่เรา 2 คนมากกว่าที่จะรักษาความรักไว้ดีแค่ไหน 

มีเรื่องเล่ามาฝาก
"สระน้ำจุฬาฯ" เรื่องเกี่ยวกับสระน้ำจุฬาฯ ที่อยู่ด้านหน้าพระบรมรูป 2 รัชกาล มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องคือ
  "วันลอยกระทง" เชื่อกันว่าถ้า ชาย-หญิงคนใดที่ยังไม่ได้เป็นคู่กัน แล้วไปลอยกระทงร่วมกันแล้วจะได้เป็นคู่กัน แต่ถ้าเป็นคู่กันแล้วไปลอยกระทงร่วมกันจะแยกกัน
  ถ้าใครเดินผ่านสระน้ำจุฬาฯ แล้วเจอเต่าเป็นสัตว์ชนิดแรกจะถือว่าโชคดี แต่ถ้าได้เจอตะพาบน้ำก่อนจะโชคร้าย ยิ่งถ้าวันนั้นเป็นวันสอบเจอเต่าแล้วจะทำข้อสอบได้ แต่ถ้าเจอตะพาบน้ำข้อสอบจะยาก


Blog EntryOct 27, '09 11:20 PM
for everyone

วันนี้
เนื่องด้วยเมื่อวานวันเกิดเฮียโอ เอ็มให้เชอรี่เป็นคนส่ง เลยใช้ mail ที่นาน ๆ ใช้ทีส่ง ซึ่งเป็นอีเมล์ของครอบครัวเอ็ม ซึ่งเอ็มจะตั้งให้ auto forward อยู่แล้ว ถ้าอีเมลเข้าก็จะเด้งไปอันที่เราใช้ประจำ เลยเป็นเหตุที่ไม่มีใครใช้ส่ง วันนี้เฮียโอเลยเมลมาถามว่า ไอ้เมลนี่ส่งยังไง เชอรี่ก็เข้าไม่เป็นเหมือนกัน แล้วที่บริษัทก็บล๊อคเมลข้างนอกด้วย เลยต้องใช้อากู๋ search ปรากฏว่าผลที่ออกมามะมีเมลที่ต้องการ แต่ดันเจอ space เก่าที่เคยเขียนเรื่อง เทศกาลกินเจ ที่เชอรี่เคยเขียนไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จริง ๆ ปีนี้ก็ตั้งใจจะเขียนเรื่องกินเจเหมือนกันนะ ถ่ายรูปร้านที่กินไว้เยอะเลย ไปกี่ปีก็จะกินร้านเดิม เพราะผ่านการประเมินแล้วว่าถูกรสปากเรา 2 คนที่สุด แต่ปีนี้ได้ไปแค่ครั้งเดียว แล้วก็ไม่นานด้วย เพราะกว่าเชอรี่จะเลิกเรียนก็เย็นแล้ว แถมเอ็มยังรีบกลับไปดูบอลสีแดง ๆ อีก แต่ยังไงก็รู้สึกดีที่ได้กินเจ ได้ไปตลาดน้อยที่เป็นแหล่งรวมของกินอร่อย ๆ และมีความทรงจำดี ๆ อยู่ที่นั่น


วันนี้
พี่มอสที่เป็นเจ้าแม่ถักไหมพรมมืออาชีพเอาผ้าพันคอที่เราถักแต่จบไม่เป็นมาให้ที่โต๊ะ (อันแรกที่ถักให้เอ็มจบเองเพราะให้พี่คนขายสอน) ทำให้นึกขึ้นได้ว่าเราก็เคยเขียนเรื่อง ผ้าพันคอ ใน space ไว้เหมือนกัน ถ้า space นี้หายไปคงเสียใจแย่เลย อยากย้ายมา multiply ให้หมดจัง ตอนนี้อยากมีเวลาว่างบ้าง รู้สึกเหนื่อย ๆ  ต่างจากตอนนั้นว่างมากเลยมีเวลาถัก แต่ตอนนี้กลายเป็นคนไม่มีเวลาซะแล้ว เวลาเกือบทั้งหมดมอบให้กับการทำงานและรายงานกลุ่ม เหลือเวลาน้อยนิดกับแฟนและครอบครัว

ผ้าพันคอ1

วันนี้
เป็นอะไรไม่รู้ เบลอ ๆ ช่วงนี้ชอบจิตหลุด นั่งรถตู้ออกจากคอนโดอยู่ดี ๆ พอลงจากรถ ก้าวพลาดซะงั้น ยังดีที่พี่คนขับคว้าแขนไว้ทันไม่งั้นคงล้มไม่เป็นท่า กว่าจะรู้ตัวว่ามีแผลก็ถึงออฟฟิศแล้ว เลือดเลอะเท้าอีกข้างแล้วก็รองเท้าหมดเลย เศร้าใจ

ปล. ทำ link ไม่ได้ สงสัยที่บริษัทบล๊อคอีกแล้ว กลับบ้านค่อยแก้ละกันน๊า


Photo Albumพวงกุญแจแฟชั่นOct 22, '09 5:33 AM
for everyone
ddd
dThumbnaild
ddd
เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว เอ็มจ๋า จ๋า กลับมาห้อง ก็แอบเอาพวงกุญแจน่ารัก ๆ วางไว้บน notebook กะจะเซอร์ไพส์ แต่ขอโทษที่ตาเชอรี่ไปเห็นก่อน ก็เลยแกล้งไม่เปิดคอมซะงั้น 55

สุดท้ายเอามาให้แล้วบอกว่ามีฝรั่งมารับทำที่ TRUE coffee ในตึกทำงาน แล้วก็ผูกใส่กระเป๋ากระต่ายน้อยที่เคยให้ใส่ไปเรียน ปรากฏว่าเพื่อน ๆ ในกลุ่มชอบกันใหญ่ พอถึงวันจันทร์ก็บุกไปถึงอื้อจื่อเหลียงเพื่อทำพวงกุญแจแบบนี้

ชอบมาก ๆ เลย ในเล่มนี้มีตั้ง 20 รูป เปิดดูเมื่อไหร่ก็รู้สึกดี ยิ่งเวลาขี้เกียจเรียนนั่งเปิดดูเรื่อย ๆ ก็เพลินดีเหมือนกันนะ

ขอบคุณเอ็มจ๋า จ๋านะค่ะ <3

Photo AlbumPostcard จากคนแถวนี้Oct 21, '09 5:03 AM
for everyone
ddd
dThumbnaild
ddd
postcard นี้ได้ครบเป็นเดือนแล้ว ครบพร้อม ๆ กับเอ็มจ๋า จ๋า กลับมาเลย แต่ช่วงที่ผ่านมางานยุ่งมากมายเลยไม่มีเวลาได้ scan อยากจะ scan เก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ

NoteGuestbook
   
pookiki wrote on Nov 29, '09
ช่ายๆๆๆ พี่รี่ หนุกหนานกิ้บกิ้วที่สู้ด ดีจายที่มีพี่รี่กะพี่เอ็มมาหนุกหนานด้วย เทคแคร์คร้า
fortoi wrote on Nov 10, '09
Happy birthday jaaa :)
asahisuperdry wrote on Oct 25, '09
เอา ASAHI SUPER DRY มาเสิร์ฟให้ค่ะ
Photobucket
jubjubjaroomai wrote on Oct 4, '09
แวะมาทักทายค่ะ ^^

เห็นที่บ้านแว็บๆๆ
asahisuperdry wrote on Sep 14, '09
Photobucket
คลิ๊กๆๆ http://asahisuperdry.multiply.com/journal/item/26/26
สมุย 7วัน 7คืน พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ที่นั่ง ฟรี!!! อีกแล้วค่ะท่าน
ถ้ารบกวนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
panuphoto wrote on Sep 7, '09
หวัดดีครับ แวะมาทักทาย
pookiki wrote on Aug 28, '09
แน่นอนจ้า พี่รี่ก้อดูแลตัวเองด้วยน้า เดี๋ยวลิสที่กินหร่อยๆ ไว้ล่วงหน้าดีก่า
gleipnir wrote on Aug 19, '09
ขอบคุณที่แวะมา นะครับ
asahisuperdry wrote on Aug 10, '09
ขอเชิญส่งภาพพร้อมคำบรรยายเพื่อร่วมโครงการประกวดภาพถ่าย Hall of Fame by Asahi Super “Dry”
ชิงรางวัลใหญ่เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืน
ถ้ารบกวนต้องขอโทษด้วยนะคะ
http://asahisuperdry.multiply.com/journal/item/18
asahisuperdryclub
pookiki wrote on Aug 8, '09
ดีจายที่เจอกันน้า อ่านเมลช้ามากมาย ไว้นัดเม้ากันใหม่น้า เทคแคร์คร้า
fortoi wrote on Jul 24, '09
ฮ่าๆ ตั๋วเครื่องบินผู้ติดตาม .. อันนี้ถามได้ที่เอ็มค่ะ
fortoi wrote on Jul 22, '09
เป็นไงบ้างจ๊ะ ไม่เจอกันนานเลย แล้วเดือนหน้าหนีตามเอ็มมี่ไปอังกฤษไม้ล่ะจ๊ะ
pookiki wrote on Jun 24, '09
ว่าไงพี่รี่ บายดีอ่ะยัง เป็นห่วงน้า เสียดายน่าจาไปปลูกป่าด้วยกันน้า ดูแลตัวเองด้วยก๊ะ
weeraya23 wrote on Jun 24, '09
how r u ?
how do you feel ja~~~ very tried isn't it??

Fight Fight ja
pookiki wrote on Jun 11, '09
แต้งกิ้วน้า พี่สาวที่น่าร้ากกก น่าจาจัดปาร์ตี้ เบริทเดย์หาเรื่องเจอกันเนอะ 555 ได้ข่าวว่าเราเพิ่งไปกินกันไม่นาน

เทคแคร์นะคร้า happy working day...Friday is coming ^o^
atthakorn wrote on May 25, '09
ขอบคุณจ้ะ - มีทีละอยู่แล้วล่ะ (-_- )"
fortoi wrote on Apr 29, '09
ดีจ้า :)
pookiki wrote on Apr 28, '09
ขอบคุณค่ะ พี่รี่ เย้ๆๆ จาไปลุยแย้ว ก้อตื่นเต้นเหมือนกันน้า ได้ไปซะที ไวมั่กๆ เสาร์นี้แล้ว ไว้มาเม้าให้ฟังคร้า คิดถึงๆ ค้า
pookiki wrote on Feb 25, '09
ช่ายๆ ชัวร์จ้า แล้วเจอกันน้า พี่รี่ อิกิ้ ^3
pookiki wrote on Feb 23, '09
ว้าววว so sweet น้า ดอกไม้สวยมากๆ เลย

ขอบคุณสำหรับของฝากด้วยนะค้า ชอบมั่กๆๆ ^ 333
Pages:1234